2007/Jan/04

ขออนุญาตอัพทับของซาตาน(โรคจิต) นะจ๊ะ
วันนี้เอาสารคดีที่เราเขียนส่งอาจารย์มาให้อ่าน
มันยาวมากเราเลยตัดเป็น 2 ตอน
(มันอาจจะน่าเบื่อนิดนึง เพราะมันคือสารคดี
เราเลยตัดตอนที่เป็นประวัติต่างๆ นานาออกไป
อย่าว่ากันนะ...อิอิ)

***********************************

ราชินี...ที่รัก (1)

วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ฉันมีโอกาสเดินทางไปเยี่ยม

บ้านหลังที่สอง ของฉัน

ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ใกล้กับพระบรมมหาราชวัง และปากคลองตลาด

ฉันเดินลัดเลาะตลาดไปเรื่อยๆ

ตั้งแต่ต้นตลาดทางฝั่งสะพานพุทธฯ

จนมาถึงท้ายตลาด

และก็มาหยุดอยู่ที่หน้าประตูรั้วสีน้ำเงินขนาดใหญ่

ฉันเงยหน้าและมองขึ้นไปเหนือประตูนั้น

เห็นตัวอักษรสีทองตัวใหญ่เขียนไว้ว่า

โรงเรียนราชินี

ที่นี่แหละ คือ บ้านหลังที่สองของฉัน

ฉันเดินผ่านรั้วสีน้ำเงินเข้าไปในโรงเรียน

ถึงแม้โรงเรียนจะมีพื้นที่คับแคบ

เพราะถูกขนาบข้างไปด้วยแม่น้ำเจ้าพระยา ตลาด ชุมชน

และพระบรมมหาราชวัง ทำให้ไม่สามารถขยายพื้นที่ออกไปได้


แต่สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความอบอุ่น

เต็มไปด้วยเรื่องราว และคุณค่าทางประวัติศาสตร์อันมีคุณค่า

ต่อจิตใจชาวไทยยิ่งนัก

โดยเฉพาะชาวราชินีทุกคน

เมื่อเดินเข้ามาในโรงเรียน

บรรยากาศก็ดูจะสดใสร่าเริงขึ้นด้วยเสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็กๆ อนุบาล

ที่กำลังเล่นกันอย่างสนุกสนานในสนามหญ้าหน้าตึกพิจิตรจิราภา

หรือตึกอนุบาลที่ตั้งอยู่ทางด้านขวามือ

ส่วนทางด้านซ้ายก็เป็นตึกมัธยมที่วางตัวทอดยาวจากหน้าโรงเรียน

เข้าไปจนติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ฉันเดินตรงเข้าไปเรื่อยๆ จนมาหยุดอยู่หน้า

พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ

ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

หรือที่ชาวราชินีมักเรียกกันว่า

พระพันปี

ที่อยู่ถัดจากอาคารพิจิตรจิราภาเล็กน้อย

ฉันวางพวงมาลัยดอกมะลิที่ร้อยเรียงดอกกันอย่างสวยงาม

ลงบนแท่นบูชาหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์

แล้วนั่งลงถวายบังคมพระพันปีด้วยจิตใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความจงรักภักดี

และความภูมิในที่ครั้งหนึ่งฉันเคยได้ชื่อว่า

นักเรียนราชินี

ถึงแม้ว่าโรงเรียนนี้จะขึ้นชื่อว่าเป็นโรงเรียนที่เข้มงวดเรื่องระเบียบวินัยสูง

เน้นเรื่องมารยาทกุลสตรีไทย

มีชั่วโมงสอนมารยาททุกสัปดาห์

อีกทั้งยังสอนการเย็บปักถักร้อย

ที่เด็กยุคใหม่ไม่ค่อยมีใครสนใจกันแล้ว

แต่ฉันก็รู้สึกภูมิใจในการเป็นนักเรียนราชินี

และภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสืบทอด

และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของไทย

ฉันลุกขึ้นแล้วเดินต่อไปทางด้านซ้าย

ผ่านห้องประชุมอาคารสว่างวัฒนา

และสระว่ายน้ำอาคารอัจฉราฉวี

จนไปถึงริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่ที่หนึ่ง

ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวราชินีทุกคน

สถานที่แห่งนั้น คือ

อาคารสุนันทาลัย (Royal Seminary)

ฉันมีโอกาสได้ใช้อาคารสุนันทาลัย

เป็นห้องรับประทานอาหารกลางวันสมัยเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้น

และใช้เป็นห้องเรียนดนตรีไทยตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา

จนกระทั่งมีการบูรณะซ่อมแซมอาคารครั้งใหญ่

ในโอกาสที่โรงเรียนราชินีมีอายุครบ 100 ปี ในปีพ.ศ.2547

โดยจะบูรณะซ่อมแซมอาคารให้มีรูปแบบ

เหมือนอาคารเดิมในสมัยรัชกาลที่ 5 มากที่สุด

แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น

ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่จดจำได้อย่างชัดเจนและไม่มีวันลืม...

(ติดตามตอนต่อไป)

********************************************************

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ขอแอดนะค้า เป็นเด็กราชินีเหมือนกัน
#1  by  Lunaria ♥ Jui-lism At 2007-01-04 22:07, 
คือว่า.......อยากให้เอาไปลงเว็บบอร์ดร.ร.เลยนะเนี่ย เขียนซึ้งกว่าที่เราเคยอ่านๆมาอีกง่ะ แต่ยังไงก็เศร้าทุกครั้งที่นึกถึงจริงๆ อยากให้รุ่นน้องๆรู้ว่าช่วงเวลาที่เราเดือดร้อนมาด้วยกัน สะเทือนใจกันมาเท่าๆกัน ทำให้พวกเราได้แสดงความเป็นพวกพ้องสถาบันเดียวกันออกมาได้มากแค่ไหน.... อยากให้รักโรงเรียนมากๆนะคะ อย่าให้ต้องพิสูจน์ความเป็นราชินีได้เฉพาะเวลาเกิดเหตุร้ายๆเลย
#2  by  น้องธิป(เป็นแค่ศิษย์เก่าไปแล้ว) (58.64.115.124) At 2007-01-07 18:23, 
big smile big smile big smile
#3  by  14535 (58.136.4.207) At 2009-03-23 15:32, 
เด็กราชินีเมือนกันค่ะ

รักโรงเรียที่สุดเรยน่้า
#4  by   (221.128.87.201) At 2009-08-07 11:07, 

<< Home